วิเคราะห์นโยบายความมั่นคง-ต่างประเทศของสหรัฐของ #ไบเดน และผลกระทบต่อภูมิภาคและไทย

การเลือกตั้ง #ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้รับความสนใจจากคนทั้งโลกเสมอมา เพราะในฐานะประเทศมหาอำนาจ การเปลี่ยนแปลงผู้นำสหรัฐจะส่งผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่งต่อทุก ๆ ประเทศในโลกนี้อย่างแน่นอน และการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็เฉือนกันชนิดต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่าย จากการที่ #ทรัมป์ น่าจะชนะได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย กำลังกลายเป็นไบเดนกำลังปาดหน้าคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง และถ้าไบเดนชนะขึ้นมาจริง ๆ นโยบายของสหรัฐต่อโลกต้องเปลี่ยนแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้ เป็นสิ่งที่ต้องขึ้นอยู่กับว่าประเทศใดอยู่ในสถานะใดและดำเนินการอะไรอยู่ เช่น ถ้าคุณเป็นอิหร่านหรือยุโรป คุณอาจจะอยากให้ไบเดนขึ้นมาแทนเพราะสหรัฐจะได้กลับสู่ข้อตกลงนิวเคลียรอิหร่านอีกครั้งหรือกลับมาให้สนับสนุนพัมธมิตร NATO และกลับเข้าสู่ข้อตกลง Paris เพื่อลดโลกร้อน แต่ถ้าคุณเป็นคนเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน และประเทศอื่นที่มีเรื่องกับจีนอยู่ คุณจะอยากให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย เพราะเขามีนโยบายในการชนกับจีนอย่างชัดเจน และแน่นอน การเปลี่ยนแปลงผู้นำหรือไม่เปลี่ยนแปลงผู้นำของสหรัฐก็จะส่งผลต่อโลก ต่อภูมิภาค และต่อประเทศไทยไม่ทางใดทางหนึ่ง บทความนี้ TAF จะพยายามวิเคราะห์ว่าถ้าไบเดนเอาชนะและก้าวมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐได้จริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้นต่อนโยบายด้านการต่างประเทศ ความมั่นคง การทหาร และแน่นอนประเทศไทยครับ

ไต้หวัน จัดหนัก ช็อปอาวุธ #สหรัฐ #จีน สั่งแบนบริษัทอเมริกันตอบโต้

ไต้หวันยังจัดหนักด้านการซื้ออาวุธต่อเนื่อง หลังจากที่ความตึงเครียดกับจีนยังเพิ่มสูงขึ้น รอบนี้เป็นการจัดหาจรวดและระบบอื่น ๆ มูลค่าอาจสูงถึง 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือ 1.2 แสนล้านบาท

นายกใหม่ญี่ปุ่นเยือนเวียดนาม-ร่วมซ้อมรบกับกลุ่ม Quad สัญญาณต่อต้านอิทธิพลจีน

นายกญี่ปุ่นเยือนเวียดนามเป็นครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง พร้อมกับลงนามในข้อตกลงหลายอย่าง ทั้งด้านการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ข้อตกลงด้านเศรษฐกิจ และข้อตกลงด้านความมั่นคง

TAF Editorial #15 – S26T คือทางเลือกทางยุทธศาสตร์

โครงการจัดหาเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าแบบ S26T จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และที่สำคัญ คือ แรงกดดันจากภายนอกอันเป็นสาเหตุที่ทำให้กองทัพเรือต้องเลือกเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน TAF เคยเสนอบทวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นถึงความน่ากังวลและความไม่มั่นใจต่อกระบวนการจัดหาทั้งหมดของกองทัพเรือไทยไปก่อนหน้านี้ แต่การชี้แจงอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือ กลับมีเพียงการจัดทำเอกสารแจก (สมุดปกขาว) ที่เนื้อหาภายในราวกับว่าคัดลอกเอาจากบทความและรูปที่ปรากฏบนอินเตอร์เน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น อีกทั้งไม่ได้ตอบคำถามและข้อสงสัยของประชาชนทั่วไป ขณะที่การชี้แจงด้วยคำพูดส่วนใหญ่กลับกลายเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงและไม่ได้เป็นทหารเรือ ที่อาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่ทราบข้อมูลทางเทคนิคเป็นการเฉพาะ จึงทำให้การชี้แจงและการดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือในครั้งนี้อยู่ในภาวะยิ่งทำก็ยิ่งยุ่ง แต่ถ้ายิ่งไม่ทำก็จะยิ่งยุ่งหนัก

TAF Editorial #12 – S26T และเอกสารชี้แจง 9 แผ่น กับข้อสงสัยที่ยังไม่มีคำตอบ

บทความนี้เป็นการกู้คืนบทความในชื่อเดียวกันที่เคยเผยแพร่…

ถอดความคำชี้แจงของกองทัพเรือในกรณีการจัดหาเรือดำน้ำ

ข้อความต่อไปนี้เป็นการถอดความการแถลงข่าวของกองทัพเรือในกรณีการจัดหาเรือดำน้ำลำที่สองและสามของกองทัพเรือ ซึ่ง TAF ถอดความจากการแถลงข่าว ทั้งนี้ เราต้องขอตัดทอนข้อความหลายส่วนออกไปเนื่องจากกองทัพเรือแถลงเรื่องการเมือง และ TAF ไม่สามารถอภิปรายเรื่องการเมืองได้ครับ

เมื่อมหาอำนาจแข่งขันกันเอาชนะใจคนไทยผ่าน Social Media

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเซ็งหงส์ เอ้ย เซ็งเป็ด กับกรณี VIP อยู่ #สถานเอกอัคราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย U.S. Embassy Bangkok ก็ออก Op-Ed ของ #เอกอักคราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย อีกครั้ง คราวนี้เกี่ยวกับทะเลจีนใต้ ซึ่งฟาดจีนเต็ม ๆ Op-Ed ย่อมาจาก Opposite of the Editorial Page หรือบทความหน้าตรงข้ามกองบรรณาธิการ ซึ่งจะเป็นการแสดงความเห็นที่ออกมาจากคอลัมนิสต์ ไม่ใช่กองบรรณาธิการที่ถือเป็นจุดยืนอย่างเป็นทางการของหนังสือพิมพ โดย Op-Ed ก็เปรียบเสมือนความเห็นกึ่งทางการนั่นเอง และในกรณีนี้ก็คือความเห็นกึ่งทางการของสหรัฐ ที่มาจากตัวท่านทูตสหรัฐประจำประเทศไทย