จากการจัดหายานเกราะล้อยาง #M1126 #Stryker ของ #กองทัพบกไทยจากคลังสำรองของ #กองทัพบกสหรัฐ นั้น น่าจะเป็นการชี้ให้เห็นว่า #สหรัฐพร้อมเต็มที่ที่จะกลับเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยและยืนยันบทบาทของตนในภูมิภาค ในภาวะที่ #เอเชียแปซิฟิก กำลังเป็นทั้งพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านความขัดแย้งและเป็นพื้นที่แข่งขันสร้างอิทธิพลของมหาอำนาจใหม่อย่าง #จีน และรักษาอิทธิพลของมหาอำนาจเดิมอย่าง #สหรัฐอเมริกา

TAF ได้รับเชิญจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้เข้าร่วมการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แบบ Teleconference กับพลเรือเอก John M. Richardson ผู้บัญชาการการปฏิบัติการทางเรือของกองทัพเรือสหรัฐ ซึ่งเป็นนายทหารที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในกองทัพเรือสหรัฐ และเป็นสมาชิกของคณะเสนาธิการร่วมของกองทัพสหรัฐ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาด้านการทหารของประธานาธิบดีสหรัฐ สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ สภาความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ร่วมกับสื่อมวลชนระดับโลกและสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในโอกาสที่พลเรือเอก Richardson ได้ไปเยือนอินเดีย และเข้าร่วมงาน IMDEX Asiaที่สิงคโปร์ ซึ่งท่านได้เข้าร่วมการเสวนาในงานในประเด็นเกี่ยวกับเสถัยรภาพในเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย

ท่านย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกองทัพในภูมิภาค และกองทัพเรือและกองทัพสหรัฐจะยังคงยึดมั่นที่จะสนับสนุนเสถียรภาพทั่วโลกซึ่งจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของนานาชาติ และย้ำว่ากองทัพเรือสหรัฐจะท้าทายการอ้างสิทธิ์ที่เกินขอบเขตของกฎหมายเหนือน่านน้ำทั่วโลกเพื่อรักษาสถานะของมหาสมุทรที่เป็นพื้นที่เปิดและมีอิสระในการเดินเรือ ซึ่งสหรัฐให้ความสำคัญกับการปรากฎตัวของกำลังทางเรือของตนในทั่วทุกภูมิภาคของโลกเป็นอย่างมาก และสหรัฐก็ตระหนักว่านี่เป็นการทำงานเป็นทีม เพราะสหรัฐทำงานโดยร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกและสหประชาชาติ

ท่านยังให้ความเห็นถึงการสร้างเสริมกำลังทางทหารของจีนใน #ทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวันว่า ในระหว่างการประชุมที่งาน IMDEX Asia นั้น หัวข้อนี้เป็นสิ่งที่นายทหารระดับสูงจากกองทัพเรือหลายชาติให้ความสนใจ สำหรับท่านแล้ว ในฐานะที่จีนกำลังเติบโตและมั่งคั่งขึ้น และยกสถานะตัวเองขึ้นมาเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับทางทะเลมากยิ่งขึ้น และยังต้องดูแลรักษาเส้นทางทางการค้าของตนซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่สหรัฐหวังว่าและแนะนำอย่างจริงจังว่า ในขณะที่จีนกำลังขยายกำลังรบของตนนั้น ควรจะเป็นไปตามกฎระเบียบของนานาชาติ มีความโปร่งใสในการปฏิบัติการไม่ใช่เฉพาะในภูมิภาคนี้แต่เป็นทั่วโลก และหลีกเลี่ยงการกระทำใดก็ตามที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงของความขัดแข้ง ซึ่งจะไม่เกิดผลดีกับทุกฝ่าย

ในด้านการกระทำอันเป็นโจรสลัดของเอเชียแปซิฟิกนั้น ท่านกล่าวว่าทั้งตัวท่านและผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาใน IMDEX Asia เห็นตรงกันว่านี่เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่ท้าทาย ท่านยกตัวอย่างการลาดตระเวนของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ที่ร่วมกับประเทศต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ช่วยลดการกระทำอันเป็นโจรสลัดในภูมิภาคได้ นอกจากนั้น ท่านยังอ้างถึงการฝึกร่วมทางทะเลระหว่างสหรัฐและชาติใน #อาเซียน (#ASEAN-US Maritime Exercise) ที่ตกลงจะจัดขึ้นจากผลการประชุม ADMM Plus ที่สิงคโปร์เมื่อปีที่แล้วว่าการฝึกนี้มีควาสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้ชาติต่าง ๆ ในอาเซียนและกองทัพเรือสหรัฐทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอาเซียนนั้นมีความสำคัญมากในการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นเตรียมการ และเมื่อการฝึกพร้อม ท่านก็รอคอยที่จะเข้าร่วมกับการฝึกนี้

ท่านยังกล่าวถึงสถานการณ์ในอิหร่านที่มีข่าวว่าพันธมิตรของสหรัฐหลายชาติรู้สึกกังวลใจกับการวางกำลังของสหรัฐในทะเลใกล้อิหร่านว่า ตนนี้สิ่งที่เหมาะสมที่จะพูดได้ก็คือสหรัฐทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกคนที่เข้าใจสถานการณ์นั้นและพยายามรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์ไว้

ส่วนภารกิจการลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ที่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการเสรีภาพในการเดินทะเลนั้นว่า นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่มีการพูดกันมากในการสัมมนาที่ IMDEX Asia สิ่งที่ท่านพยายามจะเน้นย้ำก็คือความสม่ำเสมอ เพราะมันสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่ากองทัพเรือสหรัฐตั้งเป้าประสงค์สำหรับภารกิจนี้คือเพื่อรักษาเส้นทางการเดินเรือที่มีเสรีภาพตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (#UNCLOS) ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการท้าทายการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่มากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แม้แต่กับพันธมิตรของสหรัฐก็ตาม นี่คือสิ่งที่กองทัพเรือสหรัฐพยายามสื่อสารออกไปว่าเขตแดนทางทะเลจะต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน UNCLOS ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ช่วยสร้างสมดุลและความสมบูรณ์ในการค้าขายทางทะเล โดยกองทัพเรือสหรัฐจะปฏิบัติตามที่ UNCLOS กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐมีบทบาทในทะเลจีนใต้มากว่า 70 ปีแล้ว

ท่านยอมรับว่าเส้นทางการค้านี้ก็มีความสำคัญในแง่ของผลประโยชน์แห่งชาติ แต่ก็มีความสำคัญในแง่ของการเป็นเส้นทางการค้าของคนทั้งโลกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน สหรัฐในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับทางทะเลยืนยันว่าปฏิบัติการนี้เป็นปฏิบัติการปกติโดยทั่วไป และไม่ได้มุ่งที่จะยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างแน่นอน แต่เป็นการสนับสนุนการรักษากฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศเท่านั้น ท่านยังเชื่อว่าประเทศอย่างอินโดนีเซียหรือออสเตรเลียจะยังคงร่วมกันสนับสนุนการยืนยันสิทธิ์ในการเดินเรืออย่างเสรีในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

สำหรับประเด็นที่เกี่ยวกับอาเซียน โดยเฉพาะในด้านการวางกำลังทางเรือตามวาระใน #สิงคโปร์ ตามข้อตกลงนั้น ท่านยังยืนยันว่ากองทัพเรือสหรัฐจะวางกำลังในสิงคโปร์ตามวาระต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีในความร่วมมือที่มั่นคงกับกองทัพเรือสิงคโปร์ รวมถึงท่านยังเชื่อว่าจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องกับ #ประเทศไทย ใน #ฐานะประธานอาเซียน ในปัจจุบันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไม่ใช่แต่เฉพาะในระดับทวิพาคีเท่านั้น แต่เป็นความสัมพันธ์กับทั้งอาเซียนอีกด้วย

นี่คือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสหรัฐยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างและกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคแถบนี้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การที่หน้าที่ความรับผิดชอบของพลเรือเอก Richardson นั้นคือการดูแลปฏิบัติการทางเรือทั่วโลก แต่ก็สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นย่อยในภูมิภาคอาเซียนได้ครบถ้วนในทุกจุด เอ่ยชื่อผู้บัญชาการทหารเรือได้แทบทุกประเทศแทบจะทันที แสดงให้เห็นว่าสหรัฐยังคงเอาจริงกับภูมิภาคนี้

และเราคงจะพูดได้แต่เพียงว่า สิ่งที่ทุกท่านเห็นเมื่อหลายวันก่อนนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น จะยังมีความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รอติดตามกันต่อไปครับ

ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ U.S. Embassy Bangkok และ U.S. East Asia and Pacific Media Hub สำหรับการประสานงานและคำเชิญในครั้งนี้ ท่านที่อยากฟังเป็นคลิปเสียงสัมภาษณ์ รอสักพักนะครับ