เกิดอะไรขึ้นในยูเครน รัสเซียและ NATO จะทำสงครามกันเป็นครั้งแรกหรือไม่

ความตึงเครียดในยูเครนเพิ่มระดับขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุดในรอบปีซึ่งส่งผลให้ก่อกระแสความกังวลว่าจะเกิดสงครามไปทั่วโลก วันนี้ TAF ขอไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ ว่ามีสาเหตุจากอะไร และสถานะปัจจุบันของแต่ละฝ่ายคืออะไร


ยูเครนมีปัญหาความไม่สงบมานานหลายปีตั้งแต่เหตุการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่นิยมรัสเซียจนเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการแยกตัวของไครเมียและการที่รัสเซียผนวกไครเมียเข้าเป็นดินแดนของตน นอกจากนั้นยังเกิดการประท้วงในภาคตะวันออกของยูเครนที่มีชาวยูเครนเชื้อสายรัสเซียอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเกิดกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคโดเน็กส์และลูฮานสค์ซึ่งรัสเซียให้การสนับสนุนจนนำไปสู่สงครามหลายครั้ง ตามมาด้วยการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงในปี 2018 แต่ก็เกิดการละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง

หลังความขัดแย้งดังกล่าว ชาติตะวันตกและกลุ่ม NATO ต่างเริ่มให้การสนับสนุนยูเครนเพื่อต่อต้านอิทธิพลของรัสเซีย ทำให้รัสเซียกังวลว่า NATO จะรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งจะทำให้ NATO มีพรมแดนติดกับรัสเซียเพิ่มขึ้นในทันที ซึ่งสถานการณ์ในยูเครนที่อ่อนไหวจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ภักดีกับรัสเซียและรัสเซียให้การสนับสนุน รวมถึงข้อตกลงของ NATO ที่ว่าถ้าสมาชิก NATO ชาติใดถูกโจมตีจะถือว่าทั้งกลุ่ม NATO ถูกโจมตี และ NATO มีพันธกรณีที่ป้องกันรัฐสมาชิกจากการรุกราน ซึ่งรัสเซียถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัสเซียโดยตรง

รัสเซียเริ่มเพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดนที่ติดกับยูเครนตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว และเพิ่มกำลังต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังมีรายงานว่าเบลารุสซึ่งเป็นพันธมิตรกับรัสเซียอนุญาตให้รัสเซียส่งกำลังทหารเข้าไปเพื่อประชิดชายแดนยูเครนด้วย ซึ่งถ้าเกิดการบุกขึ้น การส่งกำลังจากเบลารุสจะเข้าถึงกรุงเคียฟได้ด้วยระยะทางสั้นกว่าบุกเข้ามาจากชายแดนด้านตะวันออกของยูเครน

ภาพของหน่วยข่าวกรองสหรัฐแสดงการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมมที่พบการวางกำลังของรัสเซียตามแนวชายแดนยูเครน
Unclassified U.S. intelligence document obtained by The Washington Post. (Obtained by The Washington Post)

ด้านยุโรปและสหรัฐต่างออกมาเตือนรัสเซียว่าการบุกยูเครนจะนำมาซึ่งการตอบโต้ทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อรัสเซีย โดยประธานาธิบดีไบเดนซึ่งจัดประชุมกับประธานาธิบดีปูตินเมื่อสองเดือนก่อนบอกว่า สิ่งที่สหรัฐไม่ได้ทำในปี 2014 เมื่อครั้งที่รัสเซียผนวกไครเมียเข้ามา สหรัฐพร้อมจะทำในตอนนี้ ซึ่งหมายถึงการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อรัสเซีย ในขณะที่ประธานาธิบดีปูตินเตือนว่าการคว่ำบาตรใด ๆ ต่อรัสเซียถือเป็นหายนะของชาติตะวันตกเองมากกว่า และรัสเซียไม่มีเจตนาในการรุกรานยูเครน แต่พร้อมจะทำทุกอย่างที่จะปกป้องตนเองจากภัยด้านความมั่นคง และต้องการการรับรองความปลอดภัยว่า NATO จะไม่คุกคามรัสเซีย

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงการวางกำลังของกองทัพรัสเซียตามแนวชายแดนยูเครน
อาวุธที่กองทัพสหรัฐเตรียมเพื่อส่งไปช่วยเหลือยูเครน
Airman 1st Class Olabode Igandan, 436th Aerial Port Squadron passenger services apprentice, palletizes ammunition, weapons and other equipment bound for Ukraine during a foreign military sales mission at Dover Air Force Base, Delaware, Jan. 21, 2022. Since 2014, the United States has committed more than $5.4 billion in total assistance to Ukraine, including security and non-security assistance. The United States reaffirms its steadfast commitment to Ukraine’s sovereignty and territorial integrity in support of a secure and prosperous Ukraine. (U.S. Air Force photo by Mauricio Campino)

เช่นเดียวกับการประชุมระหว่าง NATO และรัสเซียที่รัสเซียยืนยันว่า NATO จะต้องไม่รับยูเครนและจอร์เจียเข้าเป็นสมาชิก NATO เพราะนั่นหมายถึงการที่ความมั่นคงของรัสเซียจะถูกกระทบโดยตรง ในทางกลับกัน NATO จะกล่าวว่ายังไม่มีแผนในการรับยูเครนเข้ามาเป็นสมาชิกในตอนนี้ แต่ยืนยันว่า NATO พร้อมที่จะให้การสนับสนุนพันธมิตรของ NATO ในการปกป้องอธิปไตยของตนจากการรุกราน

ทางด้านประธานาธิบดีเซเลนสกี้ของยูเครนกล่าวว่า ยูเครนเข้าใจดีและไมได้ร้องขอให้ชาติตะวันตกต้องส่งทหารมาเสี่ยงชีวิตในการรบปกป้องยูเครน แต่ยูเครนจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านอาวุธเพื่อให้พร้อมที่จะป้องกันตัวจากการรุกรานของรัสเซียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยชาติตะวันตกทั้งสหรัฐและยุโรปต่างตอบรับและส่งอาวุธให้กับยูเครนหลายรายการ โดยส่วนมากจะเป็นจรวดต่อสู้รถถังและจรวดต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า


ในปัจจุบันแม้ยังไม่เกิดสงครามขึ้น แต่ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามก็เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล แม้ประเทศตะวันตกหลายประเทศจะให้การสนับสนุนด้านอาวุธแก่ยูเครน แต่ก็สั่งให้นักการทูตอพยพออกจากยูเครนแล้ว และแจ้งให้พลเมืองของตนเดินทางออกจากยูเครนแต่เนิ่น ๆ ในขณะที่ยังมีเที่ยวบินเข้าออกยูเครนขณะนี้

ปัจจุบันรัสเซียวางกำลังทหารราว 1 แสนกว่านายตลอดชายแดนกับยูเครน รวมถึงยานเกราะหนักและกำลังทางอากาศด้วย ส่วน NATO ได้สั่งให้เตรียมกำลังทหารเพื่อพร้อมวางกำลังในพื้นที่ขัดแย้งทันทีที่ได้รับการร้องขอ นอกจากนั้นสหรัฐยังประกาศเตรียมกำลังทหาร 8,500 นายในสถานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง และส่งหมู่เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Harry S. Truman เข้าไปอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ NATO เป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามเย็น และทำการลาดตระเวนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และจะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเรือ HMS Prince of Wales ซึ่งรับหน้าที่เป็นเรือธงของกองกำลัง NATO ในปี 2022 นี้ ในขณะที่เลขาธิการใหญ่ของ NATO นายเจน สโตเทนเบิร์กกล่าวว่า NATO พร้อมที่จะทำทุกอย่างที่จำเป็นในการปกป้องพันธมิตรของตน ในขณะที่การเจรจาและการดำเนินการทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งต้องจับตาว่าสถานการณ์จะพลิกผันไปในทางใด และจะเกิดสงครามขึ้นหรือไม่ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.